เน้นการตรวจสอบการขนานกันโดยใช้อุปกรณ์และการสังเกตมุม
สัญลักษณ์การขนาน: ใช้สัญลักษณ์ // เช่น AB // CD
ระยะห่างระหว่างเส้นขนาน: เส้นตรงสองเส้นจะขนานกันก็ต่อเมื่อมีระยะห่างเท่ากันเสมอในทุกจุด
เส้นตัดขวาง (Transversal): เส้นตรงที่ตัดเส้นตรงตั้งแต่ 2 เส้นขึ้นไปที่อยู่บนระนาบเดียวกัน
การพิจารณาเส้นขนาน:
มุมแย้ง: ถ้าเส้นตรงขนานกัน มุมแย้งจะมีขนาดเท่ากัน
มุมภายในที่อยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง: ต้องรวมกันได้ 180 องศา
การสร้างเส้นขนาน: การใช้ไม้ฉากหรือโพรแทรกเตอร์สร้างเส้นให้ขนานกันตามระยะห่างที่กำหนด
เน้นการจำแนกชนิด การหาความยาวรอบรูป และพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมชนิดต่าง ๆ
ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม:
สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน: ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน มุมตรงข้ามเท่ากัน (แต่ไม่ใช่มุมฉาก)
สี่เหลี่ยมด้านขนาน: ด้านตรงข้ามยาวเท่ากันและขนานกัน 2 คู่
สี่เหลี่ยมคางหมู: มีด้านขนานกันเพียง 1 คู่เท่านั้น
สี่เหลี่ยมรูปว่าว: ด้านที่อยู่ติดกันยาวเท่ากัน 2 คู่ มุมตรงข้ามเท่ากัน 1 คู่
การหาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยม:
สี่เหลี่ยมด้านขนานและขนมเปียกปูน: ฐาน $\times$ สูง
รูปหลายเหลี่ยมอื่น ๆ: การรู้จักรูปห้าเหลี่ยม (Pentagon), รูปหกเหลี่ยม (Hexagon), รูปแปดเหลี่ยม (Octagon) และการหาความยาวรอบรูปโดยนำความยาวด้านทุกด้านมาบวกกัน
การแบ่งรูปหลายเหลี่ยม: การหาพื้นที่รูปหลายเหลี่ยมโดยการแบ่งให้เป็นรูปสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมย่อย ๆ
เน้นการอ่านและเขียนข้อมูลที่มีความละเอียดมากขึ้น รวมถึงการใช้กราฟเส้น
แผนภูมิแท่งที่มีการย่นระยะ: การใช้เส้นหยักบนแกนตั้งเพื่อแสดงข้อมูลที่มีค่ามาก ๆ หรือมีค่าใกล้เคียงกัน ช่วยให้เห็นความแตกต่างของข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น
แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ: การนำเสนอข้อมูลสองชุดในเรื่องเดียวกันเคียงข้างกัน (เช่น คะแนนสอบวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ของนักเรียน 5 คน)
กราฟเส้น (Line Graph):
มักใช้แสดงข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับเวลา (Time Series) เช่น อุณหภูมิในแต่ละชั่วโมง หรือยอดขายในแต่ละเดือน
การอ่านค่าจากจุดตัดของแกนนอนและแกนตั้ง
การแปลความหมายข้อมูล: การวิเคราะห์แนวโน้มจากกราฟเส้นเพื่อคาดการณ์หรือสรุปผล